จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

โถวิเศษ

            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว   ขณะที่บิลลี่ไปเที่ยวในป่ากับพ่อ   เขาได้พบกับหญิงชราที่เป็นลมหมดสติ   บิลลี่มอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่เธอ  
หญิงชรา : ขอบใจมากหลานชาย   ถ้าไม่ได้เธอฉันคงลำบากมาก
บิลลี่ : ไม่เป็นไรครับ   เมื่อเห็นคนลำบากเราก็ต้องช่วยเหลือ
หญิงชรา : ว่าแต่หนูเข้ามาในป่านี้คนเดียวหรือ
บิลลี่ : เปล่าครับผมมากับพ่อ   แต่พ่อไปตามหาแกะทางด้านโน้นครับ
หญิงชรา : เธอมีความสุขดีอยู่หรือ
บิลลี่ : ครับผมมีความสุขดี
หญิงชรา : แล้วเธออยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า
บิลลี่ : อืม  ก็มีหลายอย่างครับ   แต่ครอบครัวของเราไม่ค่อยมีเงิน   ผมเลยไม่ได้ของตามที่ต้องการมากนัก
หญิงชรา : ถ้าอย่างนั้น   ฉันจะให้ของอย่างหนึ่ง   มันจะทำให้เธอสมปรารถนาทุกอย่าง
บิลลี่ : จริงเหรอครับ
หญิงชรา : นี่คือโถวิเศษ   เมื่อเธอต้องการอะไร   เมื่ออธิษฐานแล้วล้วงมือไปในโถใบนี้   เธอจะได้ทุกอย่างตามใจปรารถนา   แต่จำไว้ว่ามันจะทำให้สิ่งที่เธอรักหายไปหนึ่งอย่างเสมอ
บิลลี่ : เอ้อขอบคุณมากครับ
            เมื่อกลับถึงบ้าน   บิลลี่คิดมากจนนอนไม่หลับเพราะมัวคิดว่าพรุ่งนี้   เขาจะเอาอะไรออกจากโถวิเศษบ้าง   เมื่อถึงตอนเช้า   บิลลี่เริ่มจากตุ๊กตาหมีตัวใหม่   โดยไม่ทันสังเกตตุ๊กตาหมีตัวโปรดที่เขานอนกอดทุกคืนหายไปจากเตียงนอน   บิลลี่ยังคงหยิบของต่าง ๆ  ทั้งของเล่น  ขนม  เสื้อผ้า ออกจากโถวิเศษ   ตามที่ใจเขาอยากได้หรือคิดถึง   มันมากมายจนแทบจะล้นห้องทีเดียว   บิลลี่ไม่ได้สนใจภายนอกเลย   แต่ก็แปลกที่วันนี้แม่ไม่ยอมมาเรียกบิลลี่ให้ไปทานอาหารเช้าเลย   เสียงเก้าอี้โยกหน้าบ้านที่คุณยายนั่งประจำก็ไม่มีเสียง   หรือเจ้าโดอี้สุนัขตัวโปรดก็ไม่วิ่งมาหาบิลลี่เลย
            บิลลี่ยังคงมีความสุขกับสิ่งของต่าง ๆ  ที่หยิบออกมาจากโถวิเศษ   บ่ายแล้วแม่ยังไม่เรียกไปทานอาหารเที่ยง   แต่ไม่เป็นไรบิลลี่ยังอิ่มขนมและเครื่องดื่มที่หยิบออกมาจากโถวิเศษ   เมื่อเบื่อของเล่นบิลลี่เดินออกมานอกห้องแต่ไม่พบใครเลย   ทุกคนคงออกไปข้างนอก   ไม่เป็นไรไปรอพ่อที่หน้าบ้านดีกว่าบิลลี่คิด   เย็นมากแล้วมีเพียงฝูงแกะที่กลับมาบ้าน   แต่ไม่มีร่างของพ่อ   บิลลี่เริ่มคิดถึงทุกคน   ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว   อากาศเย็นลงทุกที   แต่ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครกลับมาที่บ้าน   บิลลี่เริ่มกลัวจึงกลับเข้าไปในบ้าน   ทุกคนหายไปไหนกันหมดหนอบิลลี่คิดแล้วบิลลี่ก็เริ่มร้องไห้   บิลลี่กลัวมากจนนอนไม่หลับ   กลางดึกคืนนั้นบิลลี่ได้พบกับหญิงชราที่ให้โถวิเศษแก่บิลลี่
หญิงชรา : เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ   เธอมีความสุขกับของที่เธอต้องการหรือเปล่า
บิลลี่ : ผมมีความสุขกับของที่ได้รับมากครับ   แต่มันทำให้ผมต้องเสียคนที่ผมรักไปมากมาย   ตอนนี้ผมมีความทุกข์มากกว่าเดิมเสียอีกครับ
หญิงชรา : แต่เธอเป็นคนเลือกเองนะ
บิลลี่ : ถ้าเป็นไปได้  ผมอยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมครับ
หญิงชรา : ได้สิจ๊ะ   แต่เธอต้องคืนโถวิเศษและของทั้งหมดที่ได้รับมานะ
บิลลี่ : ได้ครับ   ผมยอม
หญิงชรา : เธอจงหลับพักผ่อน   พรุ่งนี้เช้าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม   ฉันสัญญา
            บิลลี่ยิ้มทั้งน้ำตาให้กับหญิงชรา   พยายามจะนอนให้หลับ   เพื่อให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม   ด้วยความเหนื่อยอ่อนบิลลี่จึงหลับไปในที่สุด   ตอนเช้าบิลลี่ตื่นเพราะแม่มาปลุก   บิลลี่มองไปรอบ ๆ  ห้อง   ของต่าง ๆ ที่หยิบออกมาจากโถวิเศษหายไปหมดแล้ว   บิลลี่กอดแม่และเริ่มร้องไห้
บิลลี่ : ผมดีใจ   ที่ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม
แม่ : ฝันร้ายหรือลูก   ทำไมร้องไห้
บิลลี่ : ผมอยากให้มันเป็นแค่เพียงฝันร้ายเท่านั้นครับ

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นกกระเรียนกับปู

              หนองน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง   นกกระเรียนออกหากินตามริมหนองน้ำ   นกกระเรียนได้พบปูตัวหนึ่ง
ปู : ท่านนกกระเรียนผู้งามสง่า   ข้าขอชีวิตไว้ก่อนจะได้หรือไม่
นกกระเรียน : ทำไมข้าต้องไว้ชีวิตเจ้าด้วย   เจ้าปูน้อย
ปู : ข้าต้องดูแลลูก ๆ ที่ยังเล็ก 
นกกระเรียน : ก็ได้ตอนนี้ข้าก็ชักจะอิ่มแล้ว   แล้วเจ้าจะเป็นอาหารให้แก่ข้าได้เมื่อไหร่
ปู : เมื่อลูก ๆ ของข้าโต   และเราพบกันในคราวหน้า
            ต่อมา   ปูได้พบนกกระเรียนที่ริมหนองน้ำ
ปู : ท่านนกระเรียน   บัดนี้ลูกของข้าโตพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว   ข้ายินดีเป็นอาหารของท่าน
นกกระเรียน : ตอนนี้ข้าเองกำลังลำบาก   เพราะถูกตาข่ายของพราน   คงไม่มีอารมณ์จะกินเจ้าหรอก
ปู : ถ้าเช่นนั้นขอโอกาสให้ข้าได้ช่วยเหลือท่านเถิด
            ปูใช้ก้ามหนีบที่ตาข่ายของพรานจนนกกระเรียนสามารถออกจากตาข่ายได้
ปู : ตอนนี้ท่านก็เป็นอิสระแล้ว   ท่านยังต้องการจะกินข้าเป็นอาหารหรือไม่
นกกระเรียน : ตอนนี้ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้า   ถ้าข้ากินเจ้าก็คงได้ชื่อว่าเป็นผู้เนรคุณ   ต้องขอขอบใจเจ้ามากที่ช่วยข้า   ต่อไปข้าคงได้ตอบแทนบุญคุณเจ้าบ้าง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ทำดีได้ดี

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ช้างกับเสือ

            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว     ป่าใหญ่ที่แสนสงบแห่งหนึ่ง   มีช้างเป็นเจ้าป่า   สัตว์น้อยใหญ่ได้รับการคุ้มครองจากช้างเจ้าป่า   จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีเสือหิวโซตัวหนึ่งเข้ามาอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ด้วย   สัตว์ในป่าช่วยกันดูแลจนเสือแข็งแรงขึ้น   แรก ๆ เจ้าเสือก็ทำตัวดี   ไม่ทำร้ายสัตว์ตัวใดในป่าแห่งนี้เลย  แต่ออกไปหากินที่ป่าแห่งอื่น   จนเป็นที่ไว้ใจของสัตว์ทั้งหลาย   ต่อมาเจ้าเสือได้พยายามข่มขู่สัตว์ตัวอื่น ๆ   เพื่อให้คัดเลือกตนเองเป็นเจ้าป่าแทนช้าง   หากสัตว์ตัวใดไม่ยอมเชื่อฟัง  ก็ถูกขู่ทำร้าย   จนสัตว์ทั้งหลายหวาดกลัว   พากันไปขอความช่วยเหลือจากช้าง
            ช้างได้เรียกประชุมสัตว์ในป่าทุกตัวรวมทั้งเจ้าเสือเกเรด้วย   เจ้าเสือเองไม่อยากไปประชุมครั้งนี้เพราะกลัวถูกช้างตำหนิ   แต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้จึงต้องมาร่วมประชุม
ช้าง : เจ้าเสือ   ได้ยินว่าเจ้าอยากเป็นเจ้าป่าแห่งนี้แทนข้ารึ
เสือ : คือข้าคิดว่า   ป่าแห่งนี้ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองบ้าง
ช้าง : ถ้าอย่างนั้นข้ายินดียกตำแหน่งนี้ให้แก่เจ้า
เสือ : ได้ข้ายินดีรับตำแหน่งนี้   แต่เพื่อให้การปกครองป่าแห่งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ข้าอยากให้พวกเจ้าอพยพโขลงออกจากป่าแห่งนี้ด้วย
ช้าง : ถ้าการไปของข้าเป็นไปเพื่อความสงบของป่าแห่งนี้   ข้าก็ยินดี   แต่หากสัตว์ในป่าแห่งนี้ได้รับอันตรายจากเจ้า   ข้าจะกลับมาทวงตำแหน่งคืน
เสือ : ได้   เมื่อถึงวันนั้นข้าก็ยินดีคืนให้
            เมื่อโขลงช้างอพยพออกไป   ได้มีสัตว์บางส่วนอพยพตามไปด้วยเพราะยังต้องการอยู่ในการดูแลของช้าง   แต่บางส่วนก็ไม่อยากอพยพเพราะป่าแห่งนี้สมบูรณ์ดีอยู่แล้ว   เมื่อช้างไปแล้วเสือกลับยิ่งได้ใจ   ไม่ออกไปหากินที่อื่นแต่จับสัตว์ในป่ากินเป็นว่าเล่น   จนนกแก้วทนไม่ไหวบินไปแจ้งให้ช้างรู้   ช้างได้แอบกลับมาดูการกระทำของเสือพบว่าเป็นจริงตามที่นกแก้วบอก   ในขณะที่เจ้าเสือกำลังจะจับกระต่ายกิน   ช้างได้เข้าไปขวางไว้
เสือ : ไอ้ช้างแกกลับมาทำไม
ช้าง : ข้ากลับมาเยี่ยมเพื่อนของข้า   และเห็นทีข้าจะต้องเอาตำแหน่งเจ้าป่าคืนจากเจ้าด้วย  เพราะเจ้าได้ละเมิดคำสัญญาที่จะไม่ทำร้ายสัตว์ในป่าแห่งนี้
เสือ : ข้าแค่หยอกเจ้ากระต่ายเล่น   แค่นั้นเอง
ช้าง : ข้าเห็นกับตาว่าเจ้าจะทำร้ายกระต่าย
            เจ้าเสือพยายามวิ่งเข้าไปทำร้ายช้าง   แต่ถูกช้างใช้งวงฟาดเสียหลายครั้ง   เจ้าเสือคิดจะหนีแต่ถูกสัตว์ร่วมมือกันจัดการเจ้าเสือ   จนเจ้าเสือสิ้นใจ   และช้างก็ได้กลับมาปกครองป่าเช่นเดิม
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   การเป็นผู้นำต้องมีสัจจะ

หนูใจร้าย

          ในป่าแห่งหนึ่งมีหนูอยู่ตัวหนึ่ง   มันเป็นเจ้าของต้นแอปเปิ้ลที่แสนอร่อย   ทุกวันต้นแอปเปิ้ลจะออกผลหนึ่งผลเท่านั้น   เจ้าหนูไม่ต้องลำบากในการไปหาอาหารเลย   แต่มันจะไม่ยอมแบ่งแอปเปิ้ลให้ใครเลย   แม้กระทั่งพ่อแม่   และเมื่อพ่อแม่ไม่มีอาหารกินได้เดินทางมาหาหนูตัวนี้   แต่หนูตัวนี้กลับไม่แยแส   ทั้งยังขับไล่พ่อแม่ตัวเอง   ปรากฏว่าต้นแอปเปิ้ลที่เคยออกผลวันละผล   กลับออกผลวันเว้นวัน   จนเจ้าหนูต้องไปหาอาหารจากที่อื่นเพิ่ม
          วันหนึ่งเกิดลมพายุรุนแรง   สัตว์ต่างๆ  ได้รับความเดือดร้อนกันมาก   ทุกตัวต่างมุ่งมาอาศัยใต้ต้นแอปเปิ้ลของเจ้าหนู   และพยายามจะขอแบ่งปันแอปเปิ้ลจากเจ้าหนู   เจ้าหนูกลับไล่สัตว์ต่างๆ  ให้หนีไปจากต้นแอปเปิ้ลของมัน   วันรุ่งขึ้นแอปเปิ้ลที่เคยออกผลวันเว้นวัน   กลับออกผลเดือนละหนึ่งผลเท่านั้น   เจ้าหนูต้องลำบากในการออกหาอาหารเป็นอย่างมาก   จะไปขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่มีใครสนใจมัน
          วันหนึ่งขณะที่เจ้าหนูออกไปหาอาหาร   ก็มีนกเหยี่ยวตัวหนึ่งพยายามจะจับมันกินเป็นอาหาร   เจ้าหนูวิ่งหนีอย่างสุดกำลังไปยังโพรงใกล้ ๆ   เจ้าหนูเริ่มสำนึกได้ว่า  ความลำบากที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมันไม่มีใจเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น  จนทำให้มันได้รับความลำบากมาก   แต่นั้นมาทุกครั้งที่ต้นแอปเปิ้ลออกผลมันจะแบ่งแอปเปิ้ลให้พ่อแม่และสัตว์ทั้งหลาย  นับแต่นั้นมาต้นแอปเปิ้ลก็อกผลดกขึ้นเรื่อย   กว่าแต่ก่อน   จนสัตว์ทั้งหลายไม่ต้องไปหากินที่อื่นเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :  คนเราต้องมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น

ขนมหิน

            จอมได้ทราบข่าวว่าที่ที่ท้ายหมู่บ้านข้างๆ หมู่บ้านของเขามียายแก่ใจดีชอบแจกขนมให้เด็ก ๆ   วันรุ่งขึ้นจอมจึงรีบไปที่บ้านหลังดังกล่าวทันที   เมื่อไปถึงเขาพบยายแก่นั่งอยู่ที่หน้าบ้าน
จอม : คุณยายครับ  ผมทราบมาว่าคุณยายชอบแจกขนมให้เด็ก ๆ  เหรอครับ
คุณยาย : ใช่จ๊ะ
จอม : ถ้าผมจะขอขนมบ้างจะได้หรือเปล่าครับ
คุณยาย : ได้จ๊ะ   แต่เธอรับขนมได้แค่ห้าชิ้นเท่านั้นนะ   เพราะยายต้องเหลือไว้แจกเด็กคนอื่นบ้าง   เชิญเข้าไปเลือกในบ้านได้ตามสบายจ๊ะ
จอม : ขอบคุณครับ
            เมื่อจอมเข้าไปในบ้านเขาพบว่า   ทั้งห้องเต็มไปด้วยขนมที่มีสีสันสวยงามและส่งกลิ่นหอมเย้ายวน   จอมตัดสินใจอย่างยากลำบากในการเลือกขนม   สุดท้ายเขาหยิบขนมได้ทั้งหมด  7  ชิ้น   ใส่ในถุงที่คุณยายเตรียมไว้ให้   คุณยายแกคงไม่รู้หรอกว่าเราหยิบขนมเกินไป  จอมคิดและเดินออกมาหน้าบ้าน
คุณยาย : เป็นไงจ๊ะได้ขนมที่ต้องการครบ  5  ชิ้น  หรือเปล่า
จอม : ครบครับ   ขอบคุณครับ   ผมไปนะครับ
            เมื่อเดินออกมาจากบ้านยายแก่ไกลพอสมควร   จอมนั่งลงเพื่อจะกินขนม  รีบกินให้หมด  จะได้ไปขออีก  จอมคิด   แต่เมื่อจอมเปิดถุงขนมเขากลับพบเพียงก้อนหิน  7  ก้อน   จอมรีบกลับไปที่บ้านยายแก่อีกครั้ง
จอม : คุณยายครับ   ผมทานขนมหมดแล้ว   ผมขออีกได้หรือเปล่า
คุณยาย : ได้สิจ๊ะ   แต่เธอรับขนมได้แค่  3  ชิ้นเท่านั้นนะ  เพราะเป็นรอบที่สองแล้ว
จอม : ครับ
คุณยาย : งั้นเชิญเข้าไปเลือกตามสบาย
จอม : ขอบคุณครับ
            เมื่อเข้าไปในบ้าน   ขนมที่เคยมีอยู่มากมายในตอนแรกที่เขาพบเริ่มลดน้อยลง   แต่ก็ยังมีให้เลือกอยู่มาก   รอบที่แล้วเอาไปแล้วไม่ได้กิน   รอบนี้เอาไปมากหน่อยดีกว่า  จอมคิดและเลือกหยิบขนมถึง  10  ชิ้น  ก่อนเดินออกมาหน้าบ้าน
คุณยาย : เป็นไงจ๊ะได้ขนมที่ต้องการครบ  3  ชิ้น  หรือเปล่า
จอม : ครบครับ   ขอบคุณครับ   ผมไปนะครับ
            เมื่อเดินออกมาจากบ้านยายแก่ไกลพอสมควร   จอมนั่งลงเพื่อจะกินขนม  แต่เมื่อจอมเปิดถุงขนมเขากลับพบเพียงก้อนหิน  10  ก้อน     อะไรกันเนี่ย   มีแต่ก้อนหิน   ยายแก่นั่นหลอกเราแน่เลย  จอมบ่นอย่างหัวเสียและรีบกลับไปที่บ้านยายแก่อีกครั้ง
จอม : คุณยายครับ   ผมทานขนมหมดแล้ว   ผมขออีกได้หรือเปล่า
คุณยาย : เสียใจด้วยจ๊ะ   วันนี้ขนมหมดแล้ว
จอม : เสียดายจัง   หมดซะแล้ว   ยายแก่นี่หลอกเราอีกแล้ว  ขนมเยอะแยะจะหมดได้ไงจอมคิดในใจ
คุณยาย : ถ้าไม่เชื่อก็เข้าไปดูได้นะ   เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะจ๊ะ
จอม : ครับ   งั้นพรุ่งนี้ผมมาใหม่นะครับ
คุณยาย : จ๊ะ  โชคดี
            รุ่งขึ้นจอมรีบมาบ้านยายแก่เพื่อขอขนมอีกครั้ง   แต่ทุกครั้งจอมจะเอาขนมเกินที่ยายแก่กำหนดให้เสมอ   เมื่อเปิดถุงออกแทนที่จะเป็นขนมจอมก็จะพบเพียงก้อนหินเท่านั้น   นานวันเข้าจนจอมรู้สึกเบื่อหน่าย   ในที่สุดวันหนึ่ง   จอมตัดสินใจเอาขนมตามที่ยายแก่กำหนด  
คุณยาย : เป็นไงจ๊ะวันนี้   มาแต่เช้าเชียว
จอม : ครับ   ผมอาจจะมาที่นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ
คุณยาย : ทำไมหรือจ๊ะ
จอม : คือผมคิดว่าผมกวนคุณยายมากเกินไปแล้วครับ   มาเอาขนมทีไรก็ได้แต่หินกลับทุกที  เบื่อแล้ว  จอมคิด
คุณยาย : อย่าคิดมากสิจ๊ะ
จอม : ว่าแต่คุณยายจะให้ขนมผมกี่ชิ้นครับ
คุณยาย : 5  ชิ้น  เท่าเดิมจ๊ะ 
จอม : ขอบคุณครับ
            เมื่อจอมเข้าไปในบ้านเขารู้สึกว่า   วันนี้มีขนมมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา   จอมตัดสินใจหยิบขนมเพียง  5  ชิ้น   ตามที่บอกกับยายแก่ไว้   และเดินออกมาหน้าบ้าน
คุณยาย : เป็นไงจ๊ะได้ขนมที่ต้องการครบ  5  ชิ้น  หรือเปล่า
จอม : ครบครับ   ขอบคุณครับ   ผมไปนะครับ
คุณยาย : จ๊ะ ขอให้เธออร่อยกับขนมนะ
            เมื่อเดินออกมาจากบ้านยายแก่ไกลพอสมควร   จอมนั่งลงเพื่อจะกินขนม  เมื่อจอมเปิดถุงขนมก็ต้องแปลกใจขนมยังเป็นขนมเหมือนเดิม   จอมนั่งทานขนมที่แสนอร่อยนั้นอย่างเพลิดเพลินจนหมด   แสดงว่าทุกครั้งที่ผ่านมาถ้าเราเอาขนมตามที่คุณยายกำหนด   เราคงได้ลิ้มรสความอร่อยของขนมตั้งนานแล้ว  ไปขอโทษคุณยายดีกว่า  จอมคิดและรีบวิ่งไปที่บ้านยายแก่ทันที
จอม : คุณยายครับ   ผมมีเรื่องอยากจะสารภาพ
คุณยาย : เรื่องอะไรหรือจ๊ะ 
จอม : ทุกครั้งที่ผ่านมาผมเอาขนมเกินกว่าที่คุณยายกำหนดครับ   ผมขอโทษครับ
คุณยาย : จ๊ะ ยายให้อภัย  
จอม : ต่อไปนี้ผมมาช่วยคุณยายทำขนมได้หรือเปล่าครับ
คุณยาย : ได้สิจ๊ะ   ถ้าเธอตั้งใจจริงและเป็นเด็กดี   เธอจะได้ทานขนมที่อร่อยเท่าที่ใจเธอปรารถนา
จอม : ขอบคุณครับ
            ตั้งแต่นั้นมาจอมก็มาช่วยยายแก่ทำขนมทุกวัน   และยายแก่ก็แบ่งขนมให้จอมทานและนำไปฝากพ่อแม่ทุกวัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   การโกหกเป็นสิ่งไม่ดี