จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แกะสามตัวกับเสื้อคลุมเส้นผม

                กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว     อาณาจักรแห่งหนึ่ง   พระราชาหม้ายมีพระโอรส  3  พระองค์และพระธิดาองค์เล็ก  1  พระองค์   อาณาจักรมีความสงบร่มเย็นไร้ศึกสงคราม   ประชาชนอยู่อาศัยอย่างมีความสุข    วันหนึ่งมีสาวงามนางหนึ่งได้ขอเข้าพบพระราชา   โดยอ้างว่าต้องการติดต่อซื้อขายผ้าขนแกะ  สินค้ามีชื่อของอาณาจักร   ทันทีที่พระราชาได้พบหน้าของนางก็เกิดอาการประหลาด   เพราะเมื่อนางกลับออกจากพระราชวังไปแล้ว   พระราชาก็ประชวรหนักและเพ้อถึงหญิงผู้นั้นตลอด  ไม่สามารถออกว่าราชการได้   สร้างความทุกข์ใจแก่พระโอรส  พระธิดาและข้าราชบริพารเป็นอย่างมาก   จนในที่สุดพระโอรสองค์โตจึงสั่งให้ราชองครักษ์ตามหาตัวหญิงคนนั้น   เพื่อให้มาเข้าเฝ้าพระราชา   ผ่านไปสามวันจึงสามารถตามหาหญิงคนนั้นได้   เมื่อพระราชาได้ทอดพระเนตรเห็นนาง   อาการจึงดีขึ้นราวปาฏิหาริย์   และพระราชาได้แต่งตั้งนางเป็นพระราชินีทันที    สร้างความแปลกใจให้ทุกคนในพระราชวังและชาวเมืองเป็นอย่างมาก  เพราะไม่เคยมีวี่แววว่าพระราชาจะอภิเษกสมรสใหม่
                เมื่อได้เข้ามาอยู่ในพระราชวังแล้วราชินีองค์ใหม่ก็เริ่มแสดงอาการแปลก ๆ ให้พระโอรสและพระธิดาได้เห็นโดยตั้งใจ  เช่น  เสวยของดิบ  แปลงร่างเป็นสุนัขจิ้งจอก   เป็นต้น   ในที่สุดพระโอรสและพระธิดาก็ไม่สามารถเก็บความสงสัยไวได้   จึงตกลงกันที่จะไปค้นในตำหนักของราชินี   และในวันที่เข้าไปค้นในพระตำหนักของราชินี   ราชินีได้เตรียมทหารองค์รักษ์จำนวนมากล้อมจับพระโอรสและพระธิดาทั้ง  4  พระองค์   และได้นำไปให้พระราชาไต่สวน
พระราชา : พวกเจ้าเข้าไปในตำหนักของราชินีทำไม
พระโอรสองค์โต : พวกเราสงสัยว่าราชินีเป็นปีศาจจิ้งจอก  พระเจ้าค่ะ
ราชินี : ฝ่าบาท  หม่อมฉันนึกว่าเป็นเพียงเด็กที่ชอบเล่นซน  นี่ลูกๆ ของพระองค์กลับมาใส่ร้ายหม่อมฉัน
พระโอรสองค์รอง : เจ้าอย่าพูดมากนางปีศาจจิ้งจอก   ครั้งนี้พวกเราหาหลักฐานไม่ได้   แต่สักวันจิ้งจอกมันต้องโผล่หางออกมาจนได้
พระราชา : พวกเจ้าจงหยุดพูด   ครั้งนี้ข้าจะให้อภัยพวกเจ้า  แต่ห้ามไปยุ่งกับราชินีอีก
พระโอรสองค์เล็ก : ท่านพ่อน่าจะเชื่อพวกเรา   ปล่อยให้นางอยู่ใกล้ ๆ  อันตรายอาจมาถึงพระองค์ได้นะพระเจ้าค่ะ
พระราชา : พ่อบอกให้หยุด
พระโอรสองค์โต : พวกเราไม่หยุดแน่   ตราบใดที่ความจริงยังไม่เปิดเผย   พวกเราต้องสืบจนรู้เรื่อง
ราชินี : เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ   หม่อมฉันขอออกจากพระราชวังเอง
พระโอรสองค์รอง : ดี  กลับไปอยู่ในป่าของเจ้าตามเดิม
พระราชา : ไม่ต้องราชินี   เจ้าต้องอยู่ที่นี่  ในเมื่อลูกไม่เชื่อพ่อ   ก็จงออกไปอยู่เสียที่ชายแดน  ทั้ง  3  คน
ส่วนลูกหญิง  พ่อเชื่อว่าเจ้าคงถูกชักชวนจากพี่ชาย   พ่อจะกักตัวเจ้าที่หอคอยเป็นเวลา  1  ปี   หากพวกเจ้าสำนึกผิด  พ่อจะอภัยให้
พระโอรสองค์โต : ในเมื่อเป็นเช่นนั้น   ขอให้เสด็จพ่อรักษาพระองค์ด้วย  หม่อมฉันทูลลา
พระโอรสองค์รอง : ขอให้พระบิดาดูแลน้องหญิงให้ดี   หม่อมฉันทูลลา
พระโอรสองค์เล็ก : พวกเราทุกคนรักเสด็จพ่อ   แต่ในเมื่อได้ตัดสินพระทัยแล้ว  ก็คงไม่มีใครกล้า        คัดค้าน หม่อมฉันทูลลา   น้องหญิงดูแลตัวเองให้ดีนะ
พระธิดา : โปรดพระราชทานอภัยโทษให้ท่านพี่ทั้งสาม   หม่อมฉันยินดีรับโทษแต่เพียงผู้เดียว
พระราชา : เจ้าเองก็มีความผิด   จะมาขออภัยโทษให้ใครได้   ทหารเอาเจ้าชายทั้งสามไปขังเตรียมส่งไปชายแดนวันพรุ่งนี้   ส่วนเจ้าหญิงให้นำไปไว้ที่หอคอยนับแต่นี้เป็นต้นไป
                พระโอรสและพระธิดาต่างร่ำไห้   แต่พระบิดากลับนิ่งเฉยเหมือนไม่รู้ว่าพระองค์ทำอะไรลงไป  จนเมื่อถึงตอนเช้า   ทหารได้นำตัวเจ้าชายทั้งสามไปส่งยังชายแดน   เมื่อถึงยังป่าลึก   ราชินีซึ่งลอบตามมาได้สาปให้เจ้าชายและทหารทั้งหมดกลายเป็นฝูงแกะ   นับแต่นั้นมาพระราชาก็ไม่ออกว่าราชการปล่อยให้พระราชินีออกว่าราชการแทน   ข่าวการหายไปของเจ้าชายและทหารที่นำตัวไปชายแดนจึงไม่มีใครรู้   ส่วนเจ้าหญิงนั้นถูกทรมานโดยพระราชินีสั่งงดอาหารบ้าง  งดน้ำบ้าง   แม้มีใครฝ่าฝืนแอบเอาน้ำหรืออาหารไปให้เจ้าหญิงก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
                ในคืนวันหนึ่งขณะที่เจ้าหญิงทรงกันแสงที่ริมหน้าต่างของหอคอย   ก่อนที่เจ้าหญิงจะหมดสติไปได้ปรากฏร่างเด็กหญิงมีปีกบินได้  ส่งแสงสว่างเรืองทั่วตัว
เจ้าหญิง : ท่านเป็นใครหรือ
เทพธิดา : เราเป็นเทพธิดาประจำเมือง   น่าสงสารเจ้านัก   แต่เพราะพวกเจ้าทั้งสี่คนมีกรรมเก่าเราจึงไม่สามารถช่วยเจ้าได้
เจ้าหญิง : เทพธิดา  ท่านพี่ของเราเป็นอย่างไรบ้างคะ
เทพธิดา : ตอนนี้พวกเขาและทหารถูกสาปกลายเป็นแกะอาศัยอยู่ในป่า
                เจ้าหญิงทรงกันแสง 
เจ้าหญิง : ท่านพี่คงลำบาก   มีทางใดที่เราจะสามารถช่วยพี่เราได้บ้างคะ
เทพธิดา : นับจากนี้อีกหกเดือนฝูงแกะจะถูกต้อนเข้ามาในเมือง
เจ้าหญิง : อีกหกเดือนน่าจะเป็นช่วงเทศกาลต้อนแกะเข้าเมือง
เทพธิดา : ใช่  ฝูงแกะที่มีพี่ชายของท่านอยู่ด้วยจะถูกต้อนเข้ามาในเมือง   และเมื่อได้รับเสื้อคลุมจากท่านเขาจะกลายร่างเป็นมนุษย์ได้
เจ้าหญิง : เสื้อคลุม   แต่เราไม่มีขนสัตว์หรือเครื่องมือที่จะใช้ทำเสื้อคลุมให้พี่ชายทั้งสาม
เทพธิดา : เรื่องเครื่องมือไม่ยากเราจะจัดหาให้   แต่สิ่งที่จะใช้ถักเป็นผ้าคลุม  เจ้าจะต้องยอมเสียสละ
เจ้าหญิง : ถ้าสามารถช่วยพี่ชายได้  เรายินดีสละทุกอย่าง
เทพธิดา : สิ่งที่เจ้าต้องสละ  คือสิ่งที่ยาวที่สุดในร่างกายของเจ้า  และเป็นสิ่งที่เจ้ารักมากทีเดียว
เจ้าหญิง : สิ่งที่ยาวที่สุดในร่างกายของเรา   ท่านหมายถึงเส้นผมหรือคะ
เทพธิดา : นั่นเป็นเรื่องที่ท่านต้องคิดเอง
                เทพธิดาเนรมิตเครื่องมือในการถักเสื้อคลุม   เจ้าหญิงเริ่มตัดเส้นผมที่ยาวมากของพระองค์โดยไม่มีความเสียดายแต่ก็ถึงน้ำพระเนตรคลอเพราะพระองค์ไม่ได้ตัดผมมานานมาก   เมื่อได้เส้นผมเจ้าหญิงลงมือถักเสื้อคลุมทันที   ในเวลากลางวันเจ้าหญิงจะซ่อนเสื้อคลุมเส้นผมไว้  และถักต่อในเวลากลางคืน   เจ้าหญิงเริ่มมีความหวังที่จะได้ช่วยพี่ชาย  ร่างกายจึงแข็งแรงขึ้น   ผ่านไปเกือบห้าเดือนเสื้อคลุมตัวสุดท้ายกำลังจะเสร็จ   เรื่องการถักเสื้อคลุมของเจ้าหญิงก็รู้ไปถึงปีศาจจิ้งจอก   นางปีศาจจึงสั่งให้ทหารมายึดเอาเสื้อคลุมไปและทำการเผาทำลายทั้งหมด   เจ้าหญิงเสียใจมากจึงอธิษฐานถึงเทพธิดาประจำเมือง   ในที่สุดเทพธิดาประจำเมืองก็ปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหญิง
เจ้าหญิง : ท่านเทพธิดา   เสื้อคลุมทั้งหมดถูกยึดไปแล้ว  เราคงหมดหนทางช่วยพี่ชาย
เทพธิดา : ไม่หรอก   ถูกยึดก็สามารถถักใหม่ได้
เจ้าหญิง : ตอนนี้ผมของเราก็ยังสั้นอยู่   เวลาก็เหลือน้อยเต็มที
เทพธิดา : เราจะช่วยเอง
                เทพธิดาเนรมิตให้ผมของเจ้าหญิงยาวยิ่งกว่าเดิม   และช่วยอำพรางตาของทหารยามจนมองไม่เห็นว่าเจ้าหญิงกำลังทำอะไร   ต่างคิดว่าเจ้าหญิงเสียสติเพราะทำมือคล้ายกับถักผ้าอยู่ตลอดเวลา       เจ้าหญิงจึงสามารถักเสื้อคลุมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน   คืนสุดท้ายก่อนถึงวันเทศกาลต้อนแกะเข้าเมือง   เสื้อคลุมตัวสุดท้ายยังไม่เสร็จ   เจ้าหญิงเร่งมือถักอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย   จนรุ่งเช้าเสื้อคลุมตัวสุดท้ายจึงเสร็จ   ทหารเข้ามาแจ้งให้เจ้าหญิงทราบว่าเจ้าหญิงต้องเข้าร่วมงานเทศกาลด้วย   เพราะทนคำอ้อนวอนของประชาชนไม่ไหวที่ต้องการเห็นเจ้าหญิง   เจ้าหญิงจึงใช้เสื้อคลุมคลุมตัวเองทั้งสามผืน   แล้วเข้าร่วมงานเทศกาล
                งานเทศกาลเริ่มจากทหารต้อนแกะเข้าเมือง   พระราชาจะต้องจับแกะและตัดขนแกะเป็นปฐมฤกษ์ก่อนที่ชาวบ้านจะจับแกะและตัดขนแกะเพื่อนำไปทอเป็นผ้าขนแกะ   ในวันนั้นพระราชา      ผู้เคยงามสง่าปรากฏพระองค์ต่อหน้าประชาชน   พระองค์ดูชรามากแทบยืนไม่ไหว   สร้างความประหลาดใจแก่ผู้ได้พบเห็น   พระราชาจับแกะแทบไม่ไหวต้องมีทหารช่วย   ก่อนที่พระราชาจะตัดขนแกะ   เจ้าหญิงได้ยืนขึ้นและเปล่งเสียงดัง   และโยนเสื้อคลุมเส้นผมขึ้นบนอากาศเหนือฝูงแกะ
เจ้าหญิง : พี่ชายขอให้ท่านรับเสื้อคลุมของน้องด้วยเถิด
                ทันใดนั้น   เสื้อคลุมเส้นผมของเจ้าหญิงได้กลายเป็นเสื้อคลุมทองคำลอยอยู่เหนือฝูงแกะ   มีแกะสามตัว   กระโดดไปยังเสื้อคลุมนั้น   และเมื่อแกะทั้งสามตัวสัมผัสกับเสื้อคลุมทองคำก็ได้กลายร่างเป็นเจ้าชาย   ด้วยความตกใจ   ราชินีได้กลายร่างเป็นปีศาจจิ้งจอกทันที  
พระโอรสองค์โต : น้องรองไปคุ้มกันพระบิดากับน้องหญิง   ส่วนน้องสามมาช่วยพี่จัดการกับนางปีศาจตนนี้กัน
ปีศาจจิ้งจอก : พวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้
                ปีศาจจิ้งจอกพ่นไฟใส่เจ้าชายทั้งสององค์   แต่เจ้าชายได้ใช้เสื้อคลุมป้องกันไว้ได้และใช้เสื้อคลุมทองคำคลุมตัวปีศาจจิ้งจอกไว้จนสิ้นฤทธิ์   กลายเป็นเพียงเถ้าธุลี   เมื่อปีศาจจิ้งจอกตาย   มนตราต่าง ๆ  ก็เสื่อมคลาย   พระราชาดูจะมีพระสติกลับมา   เส้นพระเกศาที่หงอกขาวก็กลับดำ   แต่ทรงจำเรื่องราวต่าง ๆไม่ได้  ทหารที่ถูกสาปเป็นแกะก็กลายร่างเป็นมนุษย์   อาณาจักรเข้าสู่สภาวะปกติ   และทุกคนต่างร่วมฉลองเทศกาลต้อนแกะเข้าเมืองอย่างมีความสุข   เจ้าหญิงไม่ลืมที่จะขอบคุณเทพธิดาประจำเมืองที่ได้ช่วยเหลือให้พระองค์ผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาได้

1 ความคิดเห็น: